ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ราคาเบี้ยประกันภัยสินค้าขนส่งทางเรือทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในทศวรรษ เมื่อเร็วๆ นี้ คุณสมชาย พัฒนาสิน ผู้จัดการฝ่ายนำเข้า-ส่งออก บริษัท ไทยสมุทรโลจิสติกส์ จำกัด ได้เปิดเผยประสบการณ์ตรงที่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจาก ‘วิกฤตทะเลแดง’ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ตันทุนการขนส่งแต่ละครั้งที่ท่าเรือแหลมฉบังพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ผู้ประกอบการหลายฝ่ายต้องกลับมาทบทวนแผนการจัดการความเสี่ยงกันใหม่
สถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยประกันภัยสินค้าทางเรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความคุ้มครองเงื่อนไข A ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท จนผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง ตัวอย่างเช่น สินค้าประเภทคาร์โก้ที่มีมูลค่าสูง ถูกเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยในอัตราที่สูงขึ้นถึง 2-3 เท่าจากปกติ ในบางกรณี การหาประกันภัยคุ้มครองเส้นทางเดินเรือที่ผ่านพื้นที่เสี่ยงกลายเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งกว่าเดิม เพราะบริษัทประกันหลายแห่งต่างประเมินความเสี่ยงใหม่และปรับลดวงเงินการรับประกันภัยลงอย่างมีนัยสำคัญ
การปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงบริษัทนำเข้า-ส่งออกขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางทะเลเป็นหลัก การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการประกันภัยโดยตรง ส่งผลให้ต้นทุนของสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะสะท้อนไปถึงราคาผู้บริโภคในท้ายที่สุด ข้อมูลจากแหล่งข่าวของเราชี้ว่า บริษัทประกันภัยบางแห่งถึงกับเสนอ “เบี้ยพิเศษ” เพื่อคุ้มครองกรณีเรือจมในเส้นทางเสี่ยง ซึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรม
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ให้ความเห็นว่า วิกฤตการณ์นี้ยังได้จุดประเด็นเรื่อง “การนำเข้าส่งออก” ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าทางทะเลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะในสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจมีเงื่อนไขบางประการที่ไม่อาจคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์พิเศษได้อย่างเต็มที่
อนาคตของเบี้ยประกันภัยสินค้าขนส่งทางเรือยังคงเป็นปริศนาที่ยากจะคาดเดา นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า หากสถานการณ์ในทะเลแดงยังคงตึงเครียดเช่นนี้ต่อไป เบี้ยประกันภัยจะไม่มีแนวโน้มลดลงในระยะเวลาอันใกล้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวและมองหาทางเลือกอื่นเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการพิจารณาใช้เส้นทางขนส่งทางเลือก หรือแม้กระทั่งการปรับกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ดังนั้น คำถามที่ว่า “ส่งของทางเรือต้องทำประกันไหม?” จึงไม่ใช่แค่คำถามทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าทุกคนต้องตระหนักถึง ความเข้าใจใน “ความสำคัญและรูปแบบของประกันภัยสินค้าทางทะเล” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน
