จากสถานการณ์ความตึงเครียดในทะเลแดงที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง เมื่อเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ชื่อ ‘Evergreen Star’ ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่ท่าเรือ Jebel Ali ของดูไบ ได้ประสบปัญหาทางเทคนิคอย่างรุนแรงขณะแล่นผ่านช่องแคบ Bab-el-Mandeb เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
รายงานจากกัปตันเรือ ‘Mark Jenkins’ ระบุว่าเครื่องยนต์หลักของเรือเกิดขัดข้องกะทันหัน ทำให้เรือลอยลำเคว้งคว้างอยู่กลางทะเลแดงเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและไม่มีรายงานการรั่วไหลของน้ำมัน แต่การที่เรือต้องหยุดชะงักกลางเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากที่บรรทุกสินค้าหลากหลายประเภทต้องล่าช้าออกไป ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำหนดการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและการส่งมอบสินค้า
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มีความผันผวนสูงเช่นทะเลแดง ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าทางเรือจากสถาบันการเดินเรือแห่งเอเชีย ‘Dr. Anya Sharma’ ให้ความเห็นว่า “แม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีแผนสำรองที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทเดินเรือ และยังเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่าผู้ประกอบการต้องพิจารณาเส้นทางทางเลือก หรือลงทุนในเทคโนโลยีการเดินเรือที่ทันสมัยเพื่อลดความเสี่ยง”
ผลกระทบที่ตามมาคือการปรับเพิ่มราคาค่าระวางเรือสำหรับเส้นทางตะวันออกกลาง เนื่องจากความเสี่ยงที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบประกอบการหลายรายที่ส่งของไปตะวันออกกลางจึงต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น และอาจส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ เรื่องพิธีการศุลกากรที่ท่าเรือดูไบก็อาจจะต้องมีการประสานงานเพิ่มเติม เนื่องจากความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลต่อเอกสารและกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
สำหรับคำถามที่ว่า “ส่งของไปตะวันออกกลางกี่วัน?” นั้น ในสถานการณ์ปกติ การขนส่งสินค้าทางเรือจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้เวลาประมาณ 14-20 วัน อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ล่าสุดนี้ อาจทำให้เกิดความล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับบริษัทขนส่งและมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
เหตุการณ์ ‘Evergreen Star’ ครั้งนี้ทำให้นานาชาติหันมาให้ความสนใจกับ “ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการส่งออกสินค้าทางเรือไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ส่งออกจะต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดและเตรียมพร้อมเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน ซึ่งรวมถึงใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading), บัญชีราคาสินค้า (Commercial Invoice), รายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
